เปล่งประกายไปทุกที่ [คิมซอนโฮ] W Korea 2019

เด็กที่ไม่สามารถนึกภาพได้ว่าจะทำอะไรเวลาที่ยืนต่อหน้าผู้คน ได้เติบโตมาเป็นนักแสดงคิมซอนโฮที่อบอุ่น ตอนที่เริ่มแสดงครั้งแรก ราวกับแสงสว่างส่องลงมาบนหัวของเขา และเป็นคิมซอนโฮในวันนี้ที่สดใสและสดชื่น

ละคร <100 Days My Prince > ทางช่อง tvN ที่ร่วมแสดงกับโดคยองซู และนัมจีฮยอน ได้เรทติ้งสูงตลอดการออกอากาศ เหล่านักแสดงได้ไปพักร้อนกันที่ประเทศเวียดนาม แต่ว่าทำไมคุณถึงยังอยู่ที่นี่คะ? ผมอยู่เพราะว่ามีตารางงานที่จะต้องซ้อมอ่านบทละครเรื่องต่อไป แต่ว่าตารางงานถูกยกเลิกแล้วครับ ทุกคนได้ใส่ชุดว่ายน้ำ เล่นกันอย่างสนุกสนาน และเขียนคำว่า 100 Days My Prince ไว้บนหาดทราย ผมไม่เคยไปเวียดนามด้วย อิจฉามากเลยครับ ได้แต่เผชิญกับลมหนาวอยู่ที่โซลคนเดียว…

หลังจากทำกิจกรรมในฐานะนักแสดงละครเวที ก็มาเดบิวต์ละครโทรทัศน์เรื่อง <Good Managers> ทางช่อง KBS ได้เกือบ 2 ปีแล้ว ประสบการณ์ในการเล่นละครเรื่องที่ 5 นี้ เป็นอย่างไรบ้างคะ? เป็นผลงานที่ถ่ายก่อนจะออนแอร์ ก็เลยได้ถ่ายทำในช่วงหน้าร้อน การใส่ชุดฮันบกในสภาพอากาศที่ร้อนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ผมใช้ชีวิตอยู่แต่ในที่พักเวลาไปถ่ายทำที่ต่างจังหวัด เช่น คยองจู มุนกยอง ถ้าไม่ได้แสดง ก็ไม่มีอะไรให้ทำ เลยซักผ้าอยูที่หอพัก แล้วก็ออกไปสถานที่ถ่ายทำที่อยู่ข้างๆครับ

ตอนที่ถ่ายทำตอนสุดท้ายเสร็จ ละครก็ออนแอร์แล้ว พอจะได้ดูการแสดงของตัวเองบ้างไหมคะ? ช่วงแรกไม่ได้ดูครับ อีกทั้ง เพราะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ไม่ได้ถ่ายทำตามลำดับช่วงเวลาของในละคร พอเอาแต่ละฉากมาต่อกัน ก็เลยเห็นส่วนที่การแสดงของผมดูไม่เป็นธรรมชาติหมดเลยครับ โชคดีตรงที่ ท่าทางไหล่ตกมันดีขึ้นครับ

ในละคร <100 Days My Prince> คุณรับบทพระรอง จองเจยุน ที่รักฮงชิม (นัมจีฮยอน) ซึ่งคู่กับ วอนดึก (โดคยองซู) ข้างเดียว ทำไมผู้กำกับถึงให้คิมซอนโฮแคสติ้งบทนี้คะ? พี่คิมกีดู ที่ร่วมแสดงในละคร <Strongest Deliveryman> เป็นคนแนะนำผมครับ แต่ว่าผู้กำกับก็บอกว่า เขาดูผลงานนั้น พร้อมกับดูการแสดงของผม ว่าน้ำเสียงและบุคลิกเข้ากับนักแสดงคนอื่นไหม ตอนที่ไปลองออดิชั่นละครเรื่องนั้น ผมเคี้ยวหมากฝรั่ง พร้อมกับเดินแบบโยกตัวไปมาเข้าไปครับ เพราะว่าอยากรับบทเป็นหนึ่งในพนักงานขนส่ง แต่ว่าเป็นบทที่สำคัญมากกว่าที่ผมคิด เพราะเล่นเป็นลูกหลานของกลุ่มนักธุรกิจใหญ่ และมีชีวิตโดยได้ยินคำว่า ‘คนโง่’ มาจากพ่อของตัวเองมาตลอด ผู้กำกับถามผมก่อนเลยว่า ‘ผมโอเคนะ คุณโอเคหรือเปล่า?’ ผมสามารถแสดงในสิ่งที่ผมรู้จักได้ แต่ผมไม่เคยเห็นนักธุรกิจใหญ่มาก่อน เพราะฉะนั้นแทนที่จะแสดงเป็นนักธุรกิจที่ดูดุและหยิ่งยโสเหมือนในละคร ผมก็แสดงในแบบของผมเอง พอเป็นแบบนั้น ก็เลยแสดงออกเป็นตัวละครธรรมดาๆที่ไม่เหมือนกลุ่มนักธุรกิจ อย่างที่ผมเป็นคนธรรมดาๆนี่แหล่ะครับ

คุณเป็นคนธรรมดาๆ แต่สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัย Seoul Institute of The Arts ที่รวมผู้มีพรสวรรค์ที่โดเด่นได้อย่างไรคะ? ตอน ม.6 เพื่อนที่ไปเรียนโรงเรียนสอนการแสดงชวนให้ไปด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสสิ่งที่เรียกว่าการแสดงครับ จริงๆผมมีเรื่องสะเทือนใจ ที่ทำให้ตอนช่วงวัยอายุ 10 ปี แม้แต่การอ่านหนังสือต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น ก็เป็นเรื่องยาก เป็นเด็กที่ขี้อายมากๆครับ

เป็นเรื่องสะเทือนใจแบบไหนคะ? ตอนสมัยประถม ผมอยู่ที่บ้านกับแม่ แล้วมีโจรเข้ามาในบ้านครับ สิ่งที่แวบเข้ามาในหัวผมคือ พ่อกำลังจะกลับมาบ้าน อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้แม่โดนแทงด้วยมีดด้วยก็ได้ แต่ผมต้องอยู่ในห้องแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมยังจำได้อยู่เลยครับ เสียงกีตาร์ของเล่นตกลงมาจากกล่องของเล่น ช่วงที่สบตากับแม่ที่โดนลากออกไปและมีเลือดไหล เสียงโจรตะคอกและแม่ที่ขัดขืน…พอหลังจากนั้น ผมก็จะกังวลเพียงแค่มีคนมายืนอยู่ด้านหลังผม ถ้าครูบอกให้ลุกขึ้นอ่านหนังสือก็จะหายใจลำบาก ถ้ารู้สึกได้ว่าครูที่คุมสอบเดินมาหยุดอยู่ด้านหลัง ในหัวผมจะขาวโพลนเลย เพราะแบบนั้น ผมเลยไม่สามารถนึกภาพได้เลยว่าจะมาทำงานที่ยืนต่อหน้าผู้คน

คงลำบากมากแน่ๆ คุณแม่เป็นอย่างไรบ้างคะ? แม่บอกว่า มีช่วงหนึ่งที่แค่เห็นคนใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ก็คิดว่าเป็นโจรครับ เวลาออกไปข้างนอก ก็จะคิดว่ายังล็อคประตูไม่ดี แล้วก็จะกลับมาที่บ้านอีกครั้ง แน่นอนว่าตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วครับ

ในระหว่างเรียนอยู่ที่โรงเรียนสอนการแสดง มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างคะ? คุณครูที่เจอที่นั่น บอกกับผมว่า ‘เธอไม่น่าจะมีปัญหากับความสามารถทางการแสดง เหมือนจะมีปัญหาอย่างอื่นมากกว่านะ?’ แต่ว่าคำพูดนั้น พูดออกมาแบบอบอุ่นมากครับ ในช่วงเวลานั้น ไฟสปอร์ตไลท์สีเหลืองในห้องฝึกซ้อมส่องลงมาที่ผม  พอเวลาผ่านไป ได้ขึ้นไปแสดงละครเวที ตอนที่ได้รับสปอร์ตไลท์ ก็จะนึกถึงแสงในช่วงเวลาที่ได้รับคำแนะนำจากคุณครู จนรู้สึกตื้นตันเลยครับ พอคุณครูท่านนั้นเข้าไปสอนที่มหาวิทยาลัย Seoul Institute of The Arts ผมก็ตัดสินใจจะตามไปเรียนต่อที่ Seoul Institute of The Arts ครับ แน่นอนว่า ตอนแรกนั้น ผมเป็นเด็กที่ถ้าพูดถึงเรื่องการแสดงคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆครับ

ตอนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัย Seoul Institute of The Arts โชว์เสน่ห์ไปอย่างไรคะ? ผมได้ยินเรื่องนี้มาทีหลังนะครับ เขาบอกว่า แม้ว่าจะเห็นดวงตาผมสั่นไหวอย่างรุนแรง แต่ผมที่พยายามตั้งใจทำสิ่งนี้สิ่งโน้นดูน่ารักมากครับ เวลาที่ผมยิ้ม จะมีลักยิ้ม และบอกว่าการแสดงสีหน้าที่มีรอยย่นบนใบหน้า คล้ายกับรุ่นพี่ชินฮากยุนครับ ผู้สมัครคนอื่นๆทั้งเต้น ถอดกางเกง วุ่นวายสุดๆครับ โอ้ ถอดกางเกงในห้องสอบเนี่ยนะ!

รูปถ่ายในวันนี้ไม่เห็นลักยิ้มนั้นเลย คงต้องเช็คดูในผลงานหน้าซะแล้ว ลักยิ้มนี่เป็นอาวุธลับอีก 1 อย่างของคิมซอนโฮใช่ไหม? ตอนนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เครียดเลยครับ แต่ว่า ถ้ายืนทำหน้าเซ็งๆก็พอช่วยได้อยู่นะ? ตั้งแต่ตอนเด็ก ผมได้ยินบ่อยว่าเหมือนผู้หญิง ทั้งผิวที่ขาวและมีลักยิ้ม เคยมีนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ตามมาถึงที่บ้าน เพื่อถามว่ามีลักยิ้มได้อย่างไร คำถามแบบนั้นก็ทำให้เครียดเหมือนกันครับ ผมตอนเป็นเด็กตอบไปว่า ‘อ๋อ เอาถั่วลันเตาอุ่นๆวางไว้ที่แก้ม แล้วจะมีลักยิ้ม’ แบบนั้นครับ แต่ว่า เพื่อนคนนั้นก็กลับไปบ้านแล้วใช้ถั่วลันเตาตามที่บอกจริงๆ…หลังจากนั้น แม่ของเพื่อนคนนั้นก็มาที่บ้านผมครับ

เล่นละครเวทีมาได้ประมาณ 7 ปี เช่น <Sherlock>, <True West>, <Closer>, <Kiss of the Spider Woman> ฝึกการเปล่งเสียงเองบ่อยไหมคะ? ตอนแรกผมมีเสียงทุ้มต่ำมากๆ เวลาที่พูดหรืออ่านบท ก็จะมีหลายครั้งที่ฝ่ายตรงข้ามไม่เข้าใจสิ่งที่พูด ในชีวิตประจำวันผมเองก็พยายามฝึกพูดบ่อยๆเพื่อให้โทนเสียงสูงขึ้น ในตอนที่แสดงละครโทรทัศน์ คนทั่วไปที่เป็นเหมือนกับผม ถ้ามองว่าเป็นข้อดี ก็จะเป็นข้อดี แต่ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่า ถ้าเปล่งเสียงแบบละครเวที จะดูไม่สมจริง ช่วงที่แสดงละครเวที ผมเคยรู้สึกตกใจและตระหนักได้ว่าการแสดงของผมมันไม่มีอะไรเลย ผมเลยไปไหนกับรุ่นพี่ที่อยู่รอบตัวบ่อยๆ เช่น พี่แพซองอู พี่โอมันซอก พี่คิมโซจิน เพื่อที่จะหาคำแนะนำดีๆ โดยเฉพาะพี่ซองอู เขาเป็นคนตลกมาก เขายังทิ้งคำคมไว้ว่า ‘ละครเวทีคือวิทยาศาสตร์’ ไว้ด้วย

ได้สั่งสมสิ่งแบบไหนไว้ในประสบการณ์เล่นละครเวที ถึงมีความคิดย้ายมาทางละครทีวี หรือภาพยนตร์คะ? คือว่า มันเป็นการเริ่มต้นแบบบังเอิญ ตอนที่กำลังแสดงละครเวทีอยู่ที่หนึ่ง มีคนติดต่อเข้ามามาว่าคุณคิมซอนโฮลองไปออดิชั่นหน่อยไหม การออดิชั่นละครครั้งแรกในชีวิต ก็คือละคร <Good Managers> ครับ ในขณะเดียวกัน เพื่อนของพีดีอีอึนจิน เป็นนักเขียนบทละคร <Feel Good to Die> ที่ฉายตอนนี้  นักเขียนท่านนั้น เป็นคนที่เขาเล่ากันว่าจะมาดูละครเวทีปีละ 100 เรื่อง ทางพีดีได้รับคำแนะนำมาจากทางเพื่อนท่านนั้น ก็เลยตามหาผมให้ไปออดิชั่นครับ ในช่วงนั้น ผมกำลังดื่มด่ำกับความสุขที่ได้แสดงละครเวทีอยู่ครับ การฟังเรื่องราวนู้นนี้จากรุ่นพี่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรียนรู้ แม้จะรู้กันดีว่า การใช้ชีวิตเล่นละครเวทีเป็นสิ่งที่ไส้แห้งมากๆ แต่การหาเงินได้ ก็ไม่ได้แย่มากขนาดนั้น

ทำการแสดงไปพร้อมกับเอาชนะเรื่องสะเทือนทางจิตใจได้ การแสดงสนุกไหมคะ? ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้วิธีที่จะพูดคุยจริงๆกับกลุ่มคนที่คบด้วยครับ แต่ว่าผมได้รู้จักกิจกรรมทางสังคมผ่านการแสดง ในช่วงหนึ่งผมก็รับรู้ได้ว่า ถ้าใจผมเจ็บปวดเพียงเล็กน้อย การแสดงก็จะดูเจ็บปวดด้วย ถ้าเปิดเผยจุดบกพร่องให้นักแสดงฝ่ายตรงข้ามเห็นก่อน ฝ่ายตรงข้ามก็จะเปิดเผยและสนิทกันมากขึ้นครับ เหมือนกับแสดงต่อไปเรื่อยๆด้วยความสนุกแบบนั้น นอกจากการแสดงแล้ว ผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลยครับ

นักแสดงที่เคารพมากที่สุดในความคิดคุณ คือใครคะ? รุ่นพี่ซงคังโฮครับ ตอนที่โดนถามว่าอยากเป็นนักแสดงแบบใคร ผมก็จะตอบว่าอยากเป็นนักแสดงเหมือนซงคังโฮ การแสดงจะมีปัญหาในการตัดสินใจ แต่เขาสามารถตัดสินใจได้สมจริงที่สุด การแสดงนั้น มันไม่ใช่การแสดงที่ประดิษฐ์ท่าทางขึ้นมา แต่ต้องทำให้เป็นธรรมชาติมากๆ เพราะฉะนั้นเลยมีความคิดว่า ‘อันนั้นจะพรรณนาสถานการณ์ออกมาได้ไหมนะ, เหมือนกับคนนั้นหรือเปล่านะ?’ ‘ในสถานการณ์นี้ จะทำยังไง ถ้าเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่การแสดง?’ ประมาณนี้ครับ

ตั้งแต่เดือนมีนาคม ก็จะได้เจอกันอีกครั้งในฐานะนักแสดงหลักละคร <Welcome to Waikiki> ซีซั่น 2 ทางช่อง JTBC ซึ่งนักแสดงใหม่ในซีซั่น 1 ทำไว้ได้อย่างน่าประทับใจมาก และเป็นที่น่าจับตามองอีกครั้งในบทละครที่เขียนโดยนักเขียนคิมกีโฮ ซึ่งเคยเขียนละครซิทคอม <Nonstop> <Hello Franceska> และ <Blue Tower> มาแล้ว ผมแสดงเป็นตัวละครที่แม้จะมีความฝันอยากเป็นพัคฮโยชิน แต่ว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นไปได้ด้วยดี และสอนการร้องเพลงทร็อตให้กับพวกคุณยายที่โรงเรียนสอนร้องเพลง เป็นตัวละครที่จะได้ร่วม <Capture the Moment How is that Possible> เพราะการไดเอตที่มากเกินไปจนหัวนมห้อยย้อยไปอยู่ด้านล่าง ฉากหลังเป็นเกสต์เฮาส์เหมือนกับซีซั่น 1 ครับ ในผลงานของเรานั้น ‘ความตลกในความจริงจัง’ จะกลายเป็นชีวิตจริงครับ

ที่มา http://www.wkorea.com/2019/01/15/%EC%96%B4%EB%94%94%EC%84%A0%EA%B0%80-%EB%B9%9B%EC%9D%B4-%EB%B9%84%EC%B9%98%EA%B3%A0/

Share this:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *