สัมภาษณ์นิตยสาร ELLE Korea September 2021

เป็นช่วงถ่ายทำอย่างหนักของละคร <แคชช่า> ใช่ไหมคะ คงจะเหนื่อยมากแน่ ๆ แต่ดูอารมณ์ดีมากเลยค่ะ กลายเป็นว่าพลังเพิ่มขึ้นเวลาถ่ายทำเหรอคะ

ประมาณนั้นครับ แต่ก็พยายามเต็มที่เช่นกันครับ ผู้กำกับมักจะบอกว่า สู้ๆ และก็ส่งพวกที่เหมือนคูปองของขวัญให้ครับ เป็นเพราะผมหัวเราะบ่อยมาก เลยดูน่าสงสัยหรือเปล่า (หัวเราะ)

ช่วงเวลาระหว่าง <Start-Up> กับ <แคชช่า> ผ่านไปอย่างยุ่งมากๆเลยนะคะ

รู้สึกได้ว่าช่วงเวลานั้นสั้นมากๆครับ เหมือนแค่กระพริบตาแล้วก็มาถ่าย <แคชช่า> เลย ได้แสดงละครเวที <ICE>, ได้ลองถ่ายโฆษณาเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาด้วย, ได้ปล่อยเพลง ‘เหตุผลคือเธอ’, ได้ถ่าย MV ด้วย มีหลายอย่างที่น่าตื่นเต้นจริงๆครับ พอลืมตาขึ้นมา ก็ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับผมเหมือนกันสินะ แต่ละวันผ่านไปเร็วโดยไม่รู้ตัวเลยครับ

 

กลายเป็นสตาร์หน้าปกนิตยสารหลายเล่มเลย รวมถึงหน้าปก <ELLE> สิงคโปร์ด้วย ได้ยินมาว่า ตอนถ่ายปกนิตยสารครั้งแรกในชีวิต ทั้งตื่นเต้นและมีอาการหูแว่วด้วยนี่คะ ช่วงนี้น่าจะทำงานอะไรแบบนี้ได้อย่างสบายๆแล้วใช่ไหมคะ

ผมคิดว่าการถ่ายนิตยสารเป็นงานที่แสดงสีหน้าท่าทางผ่านทางรูปภาพโดยไม่มีบทพูดหรือคำอธิบายครับ อีกด้านหนึ่ง ประสบการณ์ด้านการถ่ายนิตยสารก็เพิ่มขึ้นนิดหน่อย และเป็นงานที่ได้เจอกับผู้คนที่เคยทำงานร่วมกัน ก็เลยรู้สึกสบายใจขึ้นมากครับ เหมือนกับวันนี้ ผมแสดงละครมาประมาณ 4~5 ปีแล้ว และรู้สึกได้ว่าใบหน้าของผมค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิดครับ

การถ่ายนิตยสารวันนี้ ค่อนข้างแตกต่างจากเดิมนิดหน่อย ได้ลองเครื่องประดับหลายอย่างที่ปกติไม่ค่อยใช้ด้วย

ปกติผมชอบเครื่องประดับครับ (หัวเราะ) มีหลายความเห็นบอกว่าไม่เหมาะกับผม ก็เลยไม่ค่อยใส่ครับ เมื่อก่อนมีความคิดแบบนั้นครับ รู้จักเรื่องที่บอกว่าใส่ต่างหู สร้อยข้อมือ สร้อยคอ แล้วภาพลักษณ์จะดูดีขึ้นกี่เท่าๆไหมครับ? (*เกาหลีมีความเชื่อว่า ถ้าใส่ต่างหู จะดูดีขึ้น 1.5 เท่า*) ผมเคยเชื่อแบบนั้นครับ (หัวเราะ) ผมไม่ค่อยรู้เรื่องแฟชั่น ไม่รู้ว่าต้องใส่แบบไหนถึงจะเข้ากัน วันนี้ใส่สร้อยข้อมือ 2 เส้น สร้อยคอ 1 เส้น ก็คิดว่าน่าจะโอเคมากขึ้นประมาณกี่เท่าๆ แต่ว่าสิ่งที่ชอบ ก็อาจจะไม่เหมาะกับผมได้ครับ

 

แล้วเคยคิดว่ามีบทบาทไหนที่ชอบแต่ไม่เหมาะกับตัวเองบ้างไหมคะ? เคยอยากลองแสดงบทบาทที่ตรงข้ามกับภาพลักษณ์คุณตอนนี้ไหมคะ? พวกตัวละครที่อันตรายหรือหยาบคาย

เคยสิครับ อยากแสดงตัวละครที่หยาบกระด้างครับ แต่ถ้ามีบทบาทที่ค่อนข้างกว้างกว่าความสามารถที่ผมมี ต่อให้เป็นบทที่อยากได้ แต่ถ้าเขาต้องการการแสดงที่แตกต่างจากผมโดยสิ้นเชิง ผมก็จะยกให้คนอื่นครับ ตอนมหาวิทยาลัย ผมได้แสดงละครเวทีเนื้อหาสนุกๆ ผมอยากจะเป็นคนที่ตลกมากๆ เลยพยายามศึกษาครับ ความตลกต้องใช้เซ้นส์และจังหวะที่ดี มีเพื่อนคนหนึ่งที่แสดงเรื่องเดียวกัน บทเดียวกันอยู่ ด้วยน้ำเสียงที่ได้มาตั้งแต่เกิด การพูด รูปร่าง จังหวะ ท่าทางทุกอย่าง เพื่อนคนนั้นใกล้เคียงกับตัวละครมากกว่าผมครับ ตอนนั้นทำให้รู้ว่า ‘มีสิ่งที่ได้มาตั้งแต่เกิดด้วยสินะ’

หมายถึงแต่ละคนก็มีกลิ่นอายในแบบของตัวเองใช่ไหมคะ พวกจังหวะอะไรแนวนี้

กลิ่นอาย! ใช่ครับ เราต้องยอมรับในเรื่องนั้น ผมคิดว่าตัวเองรู้สึกถึงขอบเขตที่ชัดเจนได้ไวครับ

 

พอเห็นตัวละครที่เคยแสดงที่ผ่านมา เลยคิดเช่นนั้นใช่ไหมคะ คนที่รู้ดีว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้ ฉันคิดว่าสามารถขยายขอบเขตของตัวเองได้ทีละก้าวๆแน่นอน ต้องวิ่งไปแบบนี้ ไม่วิ่งแบบนั้น ในมุมนี้ดูเหมือนว่า ฮงดูชิกในละคร <แคชช่า> เป็นตัวละครที่แสดงออกแบบหยาบคายอยู่เล็กน้อยนะคะ

ใช่เลยครับ ฉากในละครคือ หมู่บ้านริมทะเลคงจินครับ ทำให้มีภาพลักษณ์ดิบเถื่อนหน่อย พวกเสื้อผ้า ฉากหลังก็เป็นแบบนั้นครับ อีกทั้งเนื้อหาส่วนใหญ่ก็อยู่ที่หน้าหาด

 

ต้องพูดเสียงดังขึ้นด้วยหรือเปล่าคะ?

คนที่เกิดแถวนั้น เสียงไม่เบาแน่นอนครับ เสียงต้องทุ้ม สั้นกระชับ และดัง เพื่อความชัดเจนมากขึ้น เพราะว่าต้องพูดแข่งกับเสียงคลื่นที่ซัดครืนๆ ที่คงจินจะได้ยินเสียงคลื่นตลอดครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องตะโกนเรียก ‘ยาย!’ ให้คนที่อยู่ไกลๆได้ยินครับ ทุกตัวละครจะมีเสียงที่เติมเต็มอยู่ในชีวิตพวกเขาครับ

 

เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้สินะคะ

มีนักแสดงที่มีพรสวรรค์แต่เกิดด้วยครับ คนที่เก่งโดยสัญชาตญาณแบบนั้น จะมีวิธีพูดที่แตกต่างไปตั้งแต่แรกครับ คนเหล่านั้น แค่อินกับสถานการณ์หรือบทบาท ก็สามารถแสดงออกมาได้แล้วครับ ถ้าได้เห็นคนที่แสดงแบบนั้นอยู่ตรงหน้า ต้องสุดยอดมากๆแน่ครับ ส่วนผมที่คิดว่าพวกเขายอดเยี่ยมนั้น? ผมอยู่ในสถานะที่แตกต่างจากคนเหล่านั้นใช่ไหมล่ะครับ (หัวเราะ) ความสามารถที่จะซึมซับประสบการณ์ของใครสักคน และผลจากการฝึกซ้อม คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับผมครับ

 

กำลังไปกลับโซล-โพฮัง เพื่อถ่ายทำ <แคชช่า> อยู่ใช่ไหมคะ เข้ากับโพฮังได้ดีไหมคะ

ทุกที่ที่ไปช่วยฮีลลิ่งมากครับ แค่ลืมตาก็ได้เห็นทะเลแผ่กว้างออกไป ผมเพลิดเพลินและมีความสุขกับทุกอย่างที่สถานที่นี้มอบให้ครับ หากเป็นวันหยุดพัก ช่วงวันหยุด ถ้าไม่ได้กลับไปที่โซล ก็จะใส่แมสก์ ถือเสื้อผ้าที่จะซัก เดินเอื่อยๆไปร้านซักรีด แล้วก็เดินรอบๆบริเวณใกล้เคียงครับ

มีตอนที่สนุกเวลาเป็นตัวละครฮงดูชิกไหมคะ? เพราะว่าดูเป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก

ฮงดูชิกไม่เก่งเรื่องการพูดแบบยกย่องกับใครเลยครับ ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยพูดเป็นกันเองกับใครได้ทันทีเลย ต่อให้จะอายุน้อยขนาดไหน เพราะฉะนั้น ตอนที่ต้องพูดบทด้วยคำเป็นกันเองครั้งแรก เลยยากมากครับ (*ที่เกาหลี จะมี “คำพูดยกย่อง” ใช้กับผู้ที่อายุมากกว่าตัวเอง หรือตำแหน่งสูงกว่า และ “คำพูดเป็นกันเอง” พูดกับเพื่อน คนที่สนิท หรือคนที่อายุน้อยกว่า) ตอนนี้ชินมากขึ้นแล้ว ก็เลยสนุกกับกลิ่นอายที่มีเฉพาะฮงดูชิกครับ และก็รู้สึกเป็นอิสระครับ เวลาที่แสดงเป็นฮงดูชิก ต่อให้ต้องสร้างบ้าน ในหัวก็จะคิดว่า ‘โอเค ได้เลย!’ ต่อให้ปกคอเสื้อจะพลิกไปพลิกมาเพราะลม ก็ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น เป็นความสนุกที่ได้สร้างอิสระ ความเป็นธรรมชาติเหมือนกับสายลมที่พัดครับ ตัวละครหัวหน้าฮงมีเสน่ห์มากครับ ผมก็แค่แสดงออกไป

 

ในแต่ละผลงานที่เข้าร่วม ใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะมั่นใจในตัวเองคะ

ผมไม่เคยรู้สึกถึงเรื่องนั้นครับ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ผมก็ไม่สามารถวางใจได้

ในละคร <แคชช่า> ฮเยจินที่เล่นคู่กันเป็นผู้หญิงที่ตรงไปตรงมาและกระตือรือร้น ทั้งสองคนทะเลาะกันแล้วค่อยๆขยับความสัมพันธ์เข้าใกล้กันเรื่อย ๆ จนชอบกันใช่ไหมคะ อะไรคือเหตุผลที่ดูชิกถูกดึงดูดเข้าหาฮเยจินคะ

ดูชิกจะมีคำที่พูดกับฮเยจินอยู่บ่อยๆครับ “รู้แล้ว รู้หมดทุกอย่างแหล่ะ แต่ที่นี่แตกต่างออกไป”, “รู้แล้ว รู้หมดทุกอย่างแหล่ะ แต่แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ?” ถ้าลองนึกถึงเนื้อหาทั้งหมดของละคร ผมคิดว่าจริงๆแล้วทั้งสองคนนิสัยคล้ายๆกันครับ ทั้งความคิด หรือสิ่งที่ตัวเองมี ผมคิดว่ามันเริ่มต้นจากตรงนั้นครับ

 

ในชีวิตจริงก็ชอบผู้หญิงแบบฮเยจินไหมคะ

ตัดเรื่องความเป็นผู้หญิง-ผู้ชายออกไป ผมคิดว่า คนที่มีความกล้าจะแสดงตัวเองออกมาอย่างซื่อตรง เป็นคนที่สุดยอดครับ ผมเองก็มีบางช่วงที่ไม่สามารถบอกได้ว่า ขอถ่ายใหม่อีกครั้ง จริงๆก็แค่บอกไปว่า “ผู้กำกับครับ เมื่อกี้ผมทำพลาด ขอถ่ายใหม่นะครับ” แค่นี้ก็ได้แล้วใช่ไหมครับ ฮเยจินเป็นตัวละครที่พูดในสิ่งที่ผมอยากพูดครับ เหมือนกับที่เธอพูดว่า “ทำไม? ฉันไม่เคยสูญเสียความภาคภูมิใจในฐานะหมอสักครั้ง?” ทั้งกล้าหาญและก็ยอดเยี่ยมมากครับ การมีทักษะที่ยอดเยี่ยมทั้งกายและใจ มีเสน่ห์มากจริงๆครับ

ในฐานะเพื่อนร่วมงาน สัมผัสได้ถึงเสน่ห์แบบไหนจากคุณชินมินอาคะ

ในชีวิตจริงเขาก็เป็นคนซื่อตรง น่ารัก และมีด้านที่เหมือนกับเด็กสาวครับ ในระหว่างถ่ายทำ ไม่เคยชักสีหน้าเลยสักครั้ง ไม่เคยขมวดคิ้วด้วย รู้สึกได้เลยว่าเป็นคนที่มีความสามารถสูงมากๆครับ การถ่ายทำในครั้งนี้ มีตารางงานอื่นๆด้วยเยอะมาก ผมก็กลัวว่าเขาจะเหนื่อย แต่เขาก็หัวเราะและก็พูดคุยเล่นอยู่ตลอด (หัวเราะ) พี่เขารับมือได้หมดเลยครับ ผมคิดว่าช่วงละครใกล้จบ จะต้องพูดขอบคุณพี่เขาให้ได้ครับ

 

ฮงดูชิก ผู้เชี่ยวชาญงาน ‘พาร์ทไทม์’ รับค่าจ้างทุกอย่างด้วยค่าแรงขั้นต่ำใช่ไหมคะ นั่นคือมาตรฐานสำหรับเขาที่กำหนดไว้ แล้วคิมซอนโฮมีมาตรฐานอะไรแบบนั้นไหมคะ? มาตรฐานที่เหมือนกับการรับค่าแรงขั้นต่ำของดูชิก

การประเมินของสตาฟที่ทำงานด้วยกันครับ พวกเขาคือคนที่สร้างมาตรฐานให้กับงานทุกอย่างที่ผมทำ การประเมินของพวกเขาจะใกล้เคียงกับความเป็นผมมากที่สุดครับ

 

เวลาคนนึกถึง คิมซอนโฮ ก็จะนึกถึงภาพลักษณ์ที่ ‘ไม่มีพิษภัย’ ซึ่งเหมือนจะมาจากทัศนคติของคุณเอง ที่เป็นคนที่รับฟังและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเสมอ จากทัศนคตินี้ คุณคิดว่าอะไรคือจุดสำคัญ หรือคิดว่าต้องยึดถือเรื่องใดเป็นสิ่งสำคัญบ้างไหมคะ?

อันนี้เป็นเรื่องสมัยมหาวิทยาลัยนะครับ ในคลาสเรียนจะมีวันที่ประเมินการแสดง วันนั้นผมทำได้ไม่ดีเลย ตอนที่ถึงคิวผมถูกประเมินการแสดง อาจารย์ก็พูดแบบนี้ครับ “เธอสามารถเป็นสตาร์ได้แน่นอน” ท่านรู้ว่ามนุษย์สามารถปรับตัวและกลมกลืนได้กับทุกอย่าง น่าทึ่งมากที่คนเหล่านั้นสามารถกลายเป็นอะไรบางอย่างได้ และอาจารย์ก็พูดอีกว่า “เพราะฉะนั้น เธอจะกลายเป็นบางอย่างไม่ได้งั้นเหรอ?” แบบนั้นครับ แม้จะเป็นคนที่ไม่ลงรอย หรือขัดแย้งกับผม แต่เราก็สามารถเข้ากันได้กับฝ่ายตรงข้าม แน่นอนว่าแม้จะไม่ใช่งานที่รู้สึกยินดีจากใจจริงก็ตาม (หัวเราะ)

 

ถ้ามองชีวิตของตัวเองเป็นเรื่องราวหนึ่ง จนถึงตอนนี้ เรื่องราวไหนที่ประทับใจมากที่สุดคะ

เพราะผมขี้เกียจ เลยไม่ได้เรียนรู้อะไรมากใช่ไหมล่ะครับ เรียนรู้แต่เรื่องการแสดง นี่คือสิ่งที่ยอมแพ้ไม่ได้ และก็เป็นสิ่งที่ไม่รู้สึกเสียใจเลย ช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจเลยครับ ตอนนี้ก็เช่นกัน ช่วงเวลานี้ที่สามารถทำทุกอย่างได้เต็มที่เพื่อพ่อแม่ และมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นก็ดีเช่นกันครับ  ผมเป็นคนที่มีความวิตกกังวล ช่วงนี้ก็มีความคิด ความต้องการในการแสดงมากขึ้น แต่เพราะได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ก็เลยผ่านไปได้อย่างดีครับ อ่า เมื่อไม่นานมานี้ มีช่วงที่มีความสุขครับ เป็นครั้งแรกที่ได้ลองขี่จักรยานครับ (หัวเราะ) (*จักรยานสาธารณะ ที่เกาหลีใต้ใช้แทนขนส่งสาธารณะช่วงโควิด สามารถยืมได้โดยลงทะเบียนผ่านแอป*) ผมเดินอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วก็ได้ลองขี่โดยบังเอิญ สนุกมากจริงๆครับ

*แคชช่า หมายถึงละคร Hometown ChaChaCha

ที่มา นิตยสาร ELLE เดือนกันยายน 2021

Translation : My Kimseonho Thailand

หากต้องการนำบทความไปเผยแพร่หรือนำไปดัดแปลงกรุณาใส่เครดิตให้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

 

 

 

 

Share this:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *